.

ข้อเสนอแนะประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า เพื่อใช้งานในครัวเรือน


    อุปกรณ์หลักที่ใช้ในการให้ความร้อนสำหรับภาชนะปรุงอาหาร เช่น หม้อ กระทะ กาต้มน้ำ ฯลฯ แบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือ เตาแก๊ส กับเตาไฟฟ้า เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพทางด้านพลังงานระหว่างเตาแก๊สกับเตาไฟฟ้า ค่าประสิทธิภาพของเตาแก๊สประมาณ 30-55 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเตาไฟฟ้าซึ่งมีทั้งแบบที่เป็นขดลวดความร้อนกับแบบขดลวดเหนี่ยวนำจะมีประสิทธิภาพการส่งพลังงานอยู่ประมาณ 65-90 เปอร์เซ็นต์     การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้พลังงานระหว่างเตาแก๊สกับเตาไฟฟ้า ตัวอย่างเช่น ค่าประสิทธิภาพของเตาแก๊สประมาณ 55 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าถ้าป้อนก๊าซปิโตรเลี่ยมเหลว(LPG) น้ำหนัก 1 กิโลกรัม แปลงรูปพลังงานผ่านเตาแก๊สเพื่อให้ความร้อน เช่น ต้มน้ำในหม้อให้ร้อนในระดับที่ต้องการ จะต้องใช้พลังงานของก๊าซปิโตรเลี่ยมเหลวเท่ากับ 13.8 หน่วยไฟฟ้า แต่ถ้าใช้เตาไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ (เตาไฟฟ้าแบบขดลวดเหนี่ยวนำ)จะต้องป้อนพลังงานไฟฟ้าเท่ากับ 8.4 หน่วยไฟฟ้า     ประสิทธิภาพของเตาไฟฟ้าโดยปกติแล้วสูงกว่าเตาแก๊ส ทำให้ห้องครัวที่ใช้เตาไฟฟ้าอุณหภูมิจะต่ำกว่าห้องครัวที่ใช้เตาแก๊ส(ที่ความต้องการการใช้พลังงานเท่ากัน) เพราะความสูญเสียทางด้านพลังงานยิ่งมากหรือประสิทธิภาพทางด้านพลังงานยิ่งต่ำจะทำให้อุณหภูมิห้องจะยิ่งสูงขึ้น แต่ถ้าเมื่อเปรียบเทียบเป็นราคาของพลังงานของก๊าซปิโตรเลี่ยมเหลว(LPG) น้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะต้องจ่ายเงิน 18 บาท(อ้างอิงราคาก๊าซ LPG ที่ 18 บาทต่อกิโลกรัม) การใช้ไฟฟ้าจำนวน 8.4 หน่วยไฟฟ้า จะต้องจ่ายเงินค่าพลังไฟฟ้าเท่ากับ 29.4 บาท(ที่ 3.5 บาทต่อหน่วยไฟฟ้า) แสดงว่าค่าพลังงานของการใช้ก๊าซ LPG จะถูกกว่าการใช้ไฟฟ้าแต่ต้องระวังว่าที่ใช้งานอยู่เป็นการใช้เตาแก๊สประสิทธิภาพสูง     ส่วนทางด้านการทำความสะอาดและความปลอดภัย เตาไฟฟ้าจะได้เปรียบกว่าเตาแก๊สมาก     เมี่อมาดูทางด้านเตาไฟฟ้าจะพบว่ามีหลากหลายรูปแบบแต่หลักๆแล้วจะแบ่งเตาไฟฟ้าออกเป็น 2 แบบ คือ เตาไฟฟ้าแบบขดลวดความร้อน กับเตาไฟฟ้าแบบขดลวดเหนี่ยวนำ ก็จะเกิดคำถามว่าควรซื้อแบบใดสำหรับการใช้งานในครัวเรือน เตาไฟฟ้าแบบขดลวดความร้อนทำงานโดยอาศัยหลักเมื่อมีกระแสไหลผ่านขดลวดความร้อนจะทำให้เกิดความร้อนขึ้นที่ขดลวดความร้อน ดังนั้นการที่จะนำความร้อนจากขดลวดความร้อนสู่ภาชนะต้องทำให้ขดลวดความร้อนของเตาไฟฟ้าสัมผัสกับภาชนะให้มากที่สุด หากถ้าไม่สามารถนำความร้อนผ่านการนำความร้อนต้องใช้การพาความร้อนผ่านอากาศประสิทธิภาพทางด้านพลังงานจะลดต่ำลง

รูปที่ 1   เตาไฟฟ้าแบบขดลวดความร้อน
ส่วนเตาไฟฟ้าแบบขดลวดเหนี่ยวนำจะทำงาน โดยอาศัย
การเหนี่ยวนำ ทางแม่เหล็กไฟฟ้าและจะทำให้เกิดความร้อน ที่ภาชนะที่เป็นโลหะบริเวณที่ถูกเหนี่ยวนำ ประสิทธิภาพพลังงาน
จะอยู่ที่ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์

รูปที่ 2   เตาไฟฟ้าแบบขดลวดเหนี่ยวนำ

รูปที่ 3   ภาพแสดงขดลวดที่อยู่ใต้แผ่นเซรามิกของเตาไฟฟ้า
แบบขดลวดเหนี่ยวนำ



    เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพทางด้านพลังงานจะพบว่าเตาไฟฟ้าแบบขดลวดเหนี่ยวนำจะมีค่าประสิทธิภาพสูงกว่า รวมถึงการบำรุงรักษาที่ง่ายกว่า ส่งผลต่ออุณหภูมิของสภาพแวดล้อมโดยรอบของเตาไฟฟ้าเหนี่ยวนำน้อย และรวมถึงความปลอดภัยในการใช้งานที่สูงกว่า
จุดอ่อนของเตาไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำเมื่อเทียบกับขดลวดความร้อนคือราคาของเตาไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำที่ต้องมีอุปกรณ์ที่มากกว่า และเทคนิคที่มีรายละเอียดที่มากกว่าทำให้ราคาสูงกว่า   แต่ถ้าคำนวณช่วงเวลาการใช้งานและรวมถึงการลงทุนทางด้านสภาพแวดล้อม และการใช้พลังงานในการระบายความร้อน จะสามารถหาคำตอบความคุ้มค่าการลงทุน
    ยกตัวอย่างเช่น ถ้าใช้เตาไฟฟ้าขนาด 1500 วัตต์ ใช้งาน 2 ชั่วโมงต่อวัน โดยที่เตาไฟฟ้าแบบขดลวดความร้อนมีค่าประสิทธิภาพทางความร้อนเท่ากับ 70 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อเปรียบเทียบกับเตาไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำที่มีค่าประสิทธิภาพทางความร้อนเท่ากับ 90 เปอร์เซ็นต์   จะทำให้เตาไฟฟ้าแบบขดลวดความร้อนใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าเตาไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำ 0.95 หน่วยไฟฟ้าต่อวัน หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้าที่จ่ายเพิ่มเท่ากับ 1,214 บาทต่อปี   และรวมถึงหน่วยพลังงานไฟฟ้าที่สูงกว่าทำให้เกิดความร้อนในบริเวณที่ใช้งาน
    สรุปการเตาไฟฟ้าเหนี่ยวนำมีค่าประสิทธิภาพทางด้านพลังงานสูงกว่าเตาไฟฟ้าขดลวดความร้อน   แต่ราคาของเตาไฟฟ้าเหนี่ยวนำแพงกว่าเตาไฟฟ้าขดลวดความร้อน   ดังนั้นถ้าไม่เข้าใจหลักการทำงานและจุดเด่นของเตาไฟฟ้าเหนี่ยวนำจะไม่เลือกมาใช้งานเพราะราคาแพงกว่าเตาชนิดอื่นๆ

โดย รศ.พิชิต ลำยอง


left_

ฝ่ายประสานงาน  โครงการวิจัยพลังงานและการออกแบบสถาปัตยกรรม  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
โทรศัพท์: 02-326-4256 และ  02-737-3000 ต่อ 3570, โทรสาร:  02-326-4256
หน่วยลูกค้าสัมพันธ์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)
โทรศัพท์ : 02-226-2311 (4 คู่สายอัตโนมัติ), 02-223-0021-9, 02-223-2593-5 ต่อ 1669, 1411, 1427, 1650
โทรสาร : 0 2226 3943 e-mail : dedeoss@dede.go.th

right_