.

ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อบ้านจัดสรร

       ปัจจุบันผู้คนที่อยู่ในเมืองนิยมซื้อบ้านจัดสรรมากกว่าการดำเนินการปลูกสร้างบ้านเอง ทั้งความสะดวกรวดเร็ว การซื้อบ้านจัดสรร (ในโครงการที่มีมาตรฐาน) มักได้รับความสะดวกในการขอสินเชื่อจากธนาคารและวงเงินสินเชื่อสูงกว่าการขอสินเชื่อเพื่อปลูกบ้านเอง บ้านในโครงการจัดสรรสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมโดยรอบและความปลอดภัยได้ดีกว่า มีเพื่อนบ้านที่มีวิถีชีวิตและความต้องการใกล้เคียงกัน มีพื้นที่ส่วนกลาง, สโมสร, สวนสาธารณะให้ทำกิจกรรมต่างๆ เสมือนได้พื้นที่ใช้สอยภายนอกบ้านเพิ่มขึ้น
       ผู้คนส่วนใหญ่ที่เลือกซื้อบ้านในโครงการจัดสรรส่วนมากมีเหตุผลหลักในทำนองเดียวกันประการหนึ่งคือ ซื้อสภาพแวดล้อมทั้งทางกายภาพของโครงการและสังคม รวมถึงความปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญ

ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อบ้านจัดสรร
       ทำเลที่ตั้งโครงการ
       ทำเลที่ตั้งโครงการเป็นข้อพิจารณาสำคัญลำดับต้นๆของการเลือกซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย ควรพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการอยู่อาศัยกับการดำเนินชีวิตประจำวันด้วย เช่น ที่ทำงาน โรงเรียน ตลาด ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ในปัจจุบันมีรูปแบบของที่อยู่อาศัยหลากหลาย และถูกออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายโดยไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นบ้านเดี่ยวเท่านั้น หากเรามีงบประมาณก้อนหนึ่ง แล้วต้องการอยู่อาศัยสำหรับครอบครัวในย่านธุรกิจใจกลางเมือง รูปแบบที่อยู่อาศัยที่พอจะซื้อได้อาจเป็นเพียงอาคารชุดแทนที่จะเป็นบ้านเดี่ยว ถ้าเราเลือกทำเลที่อยู่ห่างจากย่านธุรกิจออกมา ในงบประมาณที่เท่ากันนี้จะซื้อทาวเฮ้าส์ระดับดีมีที่จอดรถ 2 คันได้ แต่หากความต้องการของเรายังคงเป็นบ้านเดี่ยว ทำเลที่ตั้งอาจจะต้องอยู่ไกลออกไปอีก ในกรณีนี้ก็ต้องพิจารณาถึง ความสะดวก เวลา และค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเดินทางของทุกคนในครอบครัวรวมกัน
     งบประมาณ
       คงมีคนเป็นส่วนน้อยที่ใช้เงินสดในการซื้อบ้าน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการกู้จากสถาบันการเงินโดยมีบ้านที่เราซื้อเป็นหลักประกัน ซึ่งกว่าจะเป็นกรรมสิทธ์ของผู้ซื้อก็เมื่อผ่อนชำระเต็มจำนวน อาจหมายถึงอีก20-30ปีข้างหน้าเลยทีเดียว ปกติสถาบันการเงินจะพิจารณาวงเงินกู้จากความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ต่อเดือน ที่ประมาณร้อยละ 25-30 ของรายได้ผู้กู้ แต่ทั้งนี้ผู้ซื้อก็ต้องมีการเตรียมค่าใช้จ่ายมากมายไว้สำหรับดำเนินการ พอจะจำแนกได้ดังนี้ เงินจอง เงินดาวน์ ค่าสาธารณูปโภคโครงการ ค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าประกันชีวิตของผู้กู้ และค่าประกันอัคคีภัยของหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ซึ่งก็คือบ้านที่เราซื้อนั่นเอง
แต่หลังจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องเตรียมไว้ เช่น ค่าตกแต่งภายใน ติดตั้งระบบสัญญาณกันขโมยหรือเหล็กดัด ผ้าม่าน เครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ ค่าจัดสวน เป็นต้น

      ความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการ
       ในเอกสารเพื่อโฆษณา จะต้องมีการบอกข้อมูลโครงการ อาทิ เลขโฉนดที่ดิน, กรรมการผู้จัดการ, ทุนจดทะเบียนของบริษัท, ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน, ระยะเวลาดำเนินโครงการ เป็นต้น ผู้ที่ซื้อบ้านจากผู้ประกอบการที่เป็นที่ยอมรับในวงการและสถาบันการเงิน จะสามารถขอสินเชื่อบ้านได้ในวงเงินที่สูงกว่า ในบางรายอาจกู้ได้เต็มราคาบ้านสำหรับการซื้อบ้านในโครงการที่สร้างบ้านเสร็จแล้วพร้อมสำหรับการโอน

       ในข้อพิจารณาที่กล่าวมาข้างต้นเราสามารถพิจารณาจากสื่อต่างๆ หรือเอกสารประกอบการโฆษณาขาย ก่อนที่จะเข้าดูโครงการได้ เพื่อประหยัดเวลา ขั้นตอนที่สำคัญจากนั้นและควรใช้เวลาให้มากคือ การเข้าดูโครงการจริง

       การเข้าดูโครงการจริง
       ควรพิจารณาเปรียบเทียบโครงการจากการเข้าดูโครงการจริงให้มากที่สุดก่อนการตัดสินใจ การเข้าดูโครงการจริงจากหลายโครงการ ผู้ซื้อจะมีประสบการณ์ในการเปรียบเทียบมากขึ้นและเห็นประเด็นที่อาจหลงลืมไปได้ ประเด็นที่ต้องพิจารณาเมื่อเข้าดูโครงการจริง มีดังนี้
ทดสอบการเดินทาง
เมื่อได้โครงการที่พอใจแล้ว การเข้าดูโครงการจริงควรพิจารณาสภาพการจราจรและทดสอบการใช้เวลาการเดินทาง ในชีวิตประจำวันของทุกคนในครอบครัวด้วย เช่น การใช้เวลาเดินทางไปทำงานและกลับบ้าน การเดินทางไปโรงเรียน โดยทดสอบในเวลาที่เดินทางไปทำงานหรือเดินทางกลับบ้านจริง เพราะบางครั้งผู้ซื้อมาเยี่ยมชมโครงการเฉพาะในวันหยุด ไม่ได้เห็นสภาพการจราจรที่แท้จริงในวันทำงาน
สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก
ถนนหน้าโครงการมีสภาพเป็นอย่างไร ความกว้าง 2, 4 เลน หรือเป็นถนนใหญ่ที่ไม่สะดวกในการเชื่อมต่อกับย่านการค้าหรือตลาดฝั่งตรงข้าม ที่กลับรถอยู่ไกลหรือไม่        ในบางโครงการที่ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักและที่จอดรถอยู่ไกลมากทำให้เวลาเดินทางต้องไปกลับรถครั้งละหลายกิโลเมตรเกิดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พิจารณาถนนภายในโครงการกว้างหรือแคบเพียงใด มีทางระบายน้ำได้สะดวกหรือไม่ ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการเป็นอย่างไร ระบบแสงสว่างภายในโครงการทั่วถึงหรือไม่ การเดินระบบไฟฟ้าในโครงการเดินบนเสาหรือใต้ดิน บ่อบำบัดน้ำเสียรวมของโครงการอยู่ที่ใด สวนสาธารณะ สระว่ายน้ำ ได้สร้างตามที่ระบุหรือไม่
ผังโครงการ
       ผู้ซื้อควรพิจารณาจากแบบแสดงผังโครงการ ซึ่งมีอยู่ที่สำนักงานขาย เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งโครงการก่อนที่จะสำรวจผังในโครงการจริง สิ่งก่อสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกในโครงการมีตามที่ระบุในผังหรือไม่ การจัดวางผังการใช้ที่ ดินส่วนอยู่อาศัย ย่านการค้า และส่วนพักผ่อนหย่อนใจในโครงการ มีความเหมาะสมและเป็นสัดส่วนหรือไม่ ทางเข้าออกโครงการมีความสะดวกและกว้างขวางเพียงพอ มีที่กลับรถภายในโครงการทั่วถึงหรือไม่
การเลือกซื้อบ้านนอกจากจะดูแบบบ้านที่พอใจแล้ว ตำแหน่งของบ้านที่จะซื้อก็มีส่วนสำคัญยิ่ง การเลือกบ้านที่รั้ว อยู่ติดกับภายนอกโครงการจะมีความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมได้มาก การเลือกบ้านที่อยู่ฝั่งถนนที่มีสายไฟฟ้าพาดผ่าน ทัศนียภาพหน้าบ้านอาจไม่สวยงามหรือต้องคอยตัดกิ่งไม้หน้าบ้านบ่อยๆ บ้านที่ด้านหน้าหันไปทางทิศตะวันตก จะประสบปัญหาแสงแดดในตอนบ่าย

       ขนาดและรูปแบบบ้าน
       บ้านจัดสรรระดับราคาปานกลางถึงสูงปัจจุบันนี้มักออกแบบให้มีที่จอดรถอย่างน้อยสองคัน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการดำเนินชีวิตจริง ควรพิจารณาขนาดที่จอดรถว่าจอดแล้วขึ้นลงรถสะดวกหรือไม่ ตามกฎหมายกำหนดให้ที่จอดรถต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 2.40 เมตรต่อการจอดรถหนึ่งคัน จำนวนห้องและพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการหรือไม่ โครงการส่วนใหญ่มักออกแบบให้ห้องนอนใหญ่ของบ้านมีขนาดใหญ่และสะดวกสบาย มีห้องแต่งตัว ห้องน้ำภายใน เพื่อประโยชน์ในการโฆษณาและจูงใจผู้ซื้อ แต่ห้องนอนที่เหลือมีขนาดเล็กมากไม่เหมาะแก่การใช้สอยของสมาชิกในบ้านซึ่งอาจจะเป็นลูกๆหรือพ่อแม่ของเจ้าของบ้านเอง การระบายอากาศภายในบ้านเป็นอย่างไร มีครัวแยกเป็นสัดส่วน พื้นที่ทำงานบ้านเช่นซักผ้า รีดผ้า มีความสะดวกและเป็นสัดส่วนหรือไม่
คุณภาพของบ้านและวัสดุที่ใช้
       สิ่งแรกที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับคุณภาพของบ้านจัดสรรก็คือ มาตรฐานงานโครงสร้าง นอกจากการรับรู้จากการโฆษณาโดยผู้ขายเองหรือข่าวสารเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานแล้ว ผู้ซื้ออาจสังเกตได้จากบ้านในส่วนที่ยังก่อสร้างอยู่ภายในโครงการ โดยสังเกตตั้งแต่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ก่อสร้าง คุณภาพของวัสดุที่กองอยู่ในสถานที่ก่อสร้างอาทิ เสาเข็ม แผ่นพื้นสำเร็จรูป เหล็กเสริมที่ใช้ การตั้งแบบหล่อและเทคอนกรีต ความประณีตในการก่อและฉาบผนัง เหล็กโครงสร้างหลังคา การมุงหลังคา มาตรฐานงานระบบไฟฟ้าและสุขาภิบาล ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ถึงแม้ว่าการสังเกตโดยคร่าวๆนี้จะไม่ทำให้ทราบได้ว่าโครงการดังกล่าวก่อสร้างได้มาตรฐานหรือไม่ แต่ก็ทำผู้ซื้อสามารถพิจารณาตัดโครงการที่คาดว่าจะก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานออกไปได้
วัสดุหลักที่ควรพิจารณาทั้งคุณภาพของวัสดุที่ใช้และมาตรฐานการติดตั้งคือ วัสดุปูพื้น กระเบื้องมุงหลังคา ผนัง ฉนวนกันความร้อนจากหลังคา ประตูหน้าต่าง สุขภัณฑ์ เพราะวัสดุเหล่านี้เป็นส่วนที่ติดตั้งแล้วเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก ส่วนรายละเอียดเฉพาะสำหรับวัสดุแต่ละประเภทและความเหมาะสมกับการใช้งานในส่วนต่างๆของบ้านนั้น มีรายละเอียดมากมายซึ่งจะได้กล่าวถึงในโอกาสต่อไป

       ความแตกต่างระหว่างบ้านจริงกับบ้านตัวอย่าง
       โครงการจัดสรรบางโครงการผู้ขายจะพยายามให้เราดูบ้านตัวอย่างก่อน เพื่อสร้างความประทับใจในเบื้องต้นจากการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุและเฟอร์นิเจอร์อย่างดี และส่วนใหญ่จะไม่ใช่วัสดุมาตรฐานที่มีในบ้านที่จะเสนอขาย งบประมาณตกแต่งภายในสำหรับบ้านตัวอย่างนั้นบางครั้งอาจเกือบเท่าราคาบ้านเลยทีเดียว บ้านตัวอย่างบางโครงการติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลังตั้งแต่ชั้นล่างโถงบันไดต่อเนื่องไปชั้นบน ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองมากสำหรับการอยู่อาศัยปกติ ผู้ซื้อควรเข้าดูและตรวจสอบบ้านที่จะซื้อจริงให้มากกว่าการดูบ้านตัวอย่าง

............................................................................
 



left_

ฝ่ายประสานงาน  โครงการวิจัยพลังงานและการออกแบบสถาปัตยกรรม  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
โทรศัพท์: 02-326-4256 และ  02-737-3000 ต่อ 3570, โทรสาร:  02-326-4256
หน่วยลูกค้าสัมพันธ์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)
โทรศัพท์ : 02-226-2311 (4 คู่สายอัตโนมัติ), 02-223-0021-9, 02-223-2593-5 ต่อ 1669, 1411, 1427, 1650
โทรสาร : 0 2226 3943 e-mail : dedeoss@dede.go.th

right_